น้ำมันเครื่องที่มีขายอยู่ในท้องตลาด
ทุกยี้ห้อ ก็มีสารเพิ่มประสิทธิภาพ ใน
การหล่อลื่น สารทำความสะอาดคราบ
เขม่า เคลือบแหวนและลูกสูบ ลดการ
ลดการรั่วไหลของกำลังอัด สารรักษา
ความหนืด สารลดความร้อน อยู่แล้วตาม
สูตรของแต่ละ ยี่ห้อ
แล้วการเติมหัวเชื้อ น้ำมันเครื่องจำเป็น
หรือ ใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องบางยี่ห้อ อาจ
จะช่วยลดเสียงของเครื่องยนต์ ลดเครื่อง
หลวม กินน้ำมันเครื่อง แต่เป็นการแก้ปัญหา
ที่ปลายเหตุ เพราะถ้าเราเติมหัวเชื้อน้ำมัน
เครื่องในระยะยาว กับทำให้สมดุลและ
และองค์ประกอบทางเคมี เสียไปทำให้น้ำมัน
เครื่องหนืดขี้นและเกิดยางเหนียว เกาะตาม
ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ ยิ่งนานเข้า
ทำให้เครื่องยนต์ฝืดขึ้น กินน้ำมันเชื้อเพลิง
มากขึ้น ไม่สามารถระบายความร้อนได้ เครื่อง
ยนต์ไม่มีกำลัง
คิดง่ายๆถ้าหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง จำเป็นจริงๆ
ทำไม น้ำมันเครื่องยี้ห้อดัง ที่ว่างขายอยู่ใน
ท้องตลาด ทำไมไม่เติมสารต่างๆ ที่มีในหัว
เชื้อลงไปใน น้ำมันเครื่องที่เขาวางขายใน
ท้องตลาด เลยละครับ
แต่การการเลือกประเภทของน้ำมันเครื่อง
จึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า
ประเภทของน้ำมันเครื่องมีดังนี้
1. น้ำมันเครื่องธรรมดา (Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้งานได้ประมาณ 3,000-5,000 กม.
2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นธรรมดากับชนิดสังเคราะห์ ใช้งานได้ประมาณ 5,000-7,000 กม.
3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Fully Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่สังเคราะห์ จากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้งานได้ประมาณ 7,000-10,000 กม.
4.น้ำมันเครื่องสูตรพิเศษ
นอกจากน้ำมันเครื่องแบบทั่วไปแล้ว เดี๋ยวยังมีน้ำมันเครื่องสูตรพิเศษที่ใช้กับรถเติมแก็ส เช่น NGV, LPG & Gasoline เหมาะสำหรับรถที่ติดแก๊ส NGV และ LPG
ความหนีดของน้ำมันเครื่อง
ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องเป็นตัวเลขบ่งบอกถึงการไหลลื่นของน้ำมันเครื่อง มีผลต่อเรื่องการสึกหรอของเครื่องยนต์ วิธีดูความหนืดให้ดูค่าตัวเลขที่ต่อจากค่าทนความเย็น เช่น 10W-30 ค่า 10W คือ ค่าทนความเย็นของน้ำมันเครื่อง ส่วนตัวเลข 30 คือ ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะมีค่าตั้งแต่ 5 , 10 , 20 , 30 , 40 , 50 และ 60 ตัวเลขยิ่งมากความหนืดจะยิ่งมาก
ความหนืดต่ำ
เหมาะกับรถที่ใช้งานปกติ สภาพอากาศปกติ รถที่เพิ่งถอยมาใหม่ เครื่องยนต์ใหม่ น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดต่ำจะให้ฟิล์มหล่อลื่นที่บาง ทำให้ไม่สามารถรับภาระน้ำหนักได้มาก แต่สามารถแทรกตัวไปตามส่วนต่างๆที่ต้องการหล่อลื่นได้เร็ว ระบายความร้อนได้ดี ทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก แต่ก็ต้องเลือกความหนืดที่เหมาะสมไม่ให้ต่ำเกินไป เพราะทำให้น้ำมันไม่เกาะเป็นฟิล์ม อาจส่งผลทำให้เครื่องยนต์สึกหรอได้
ความหนืดสูง
เหมาะกับรถยนต์ที่ใช้งานอย่างหนัก สภาพอากาศร้อนมากๆ เครื่องยนต์เก่าที่ใช้งานมาหลายปี อาจใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดสูงถึง 50 เลยทีเดียว น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูงจะให้ฟิล์มหล่อลื่นที่หนา ทำให้สามารถรับภาระแรงกดได้ดี แต่ต้องเสียพลังงานในการเฉือนฟิล์มน้ำมันมากขึ้น และระบายความร้อนช้า ถ้าเลือกใช้ไม่เหมาะกับเครื่องยนต์อาจทำให้รถวิ่งไม่ออก และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ
เพียงเท่านี้เราก็สามารถเลือกน้ำมันเครื่อง
ให้เหมาะกับรถยนต์ ของเราได้แล้วคับ
หรือดูรายละเอียดการรักษารถยนต์
เพื่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/Autoshop789/
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น